คู่หู คู่ซี้ โมเม้นต์ของเพื่อนสนิททั้งสอง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เดยัน ลอฟเรน

Spread the love

           เป็นเรื่องธรรมดาที่คนที่ทำงานด้วยกัน จะสนิทกันจนถึงขั้นเรียกว่าเป็นเพื่อนซี้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แข้งชาวอียิปต์ และ เดยัน ลอฟเรน แข้งชาวโครเอเชียก็เป็นหนึ่งในนั้น หลังจากที่พวกเขาสนิทกันมากๆ จนแทบจะไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ

ทั้งสองสนิทกันมากๆ จนถึงขนาดที่พอมีการประกาศว่า เดยัน ลอฟเรน ย้ายจาก ลิเวอร์พูล ไปอยู่กับ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก แล้วนั้น โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ก็ถึงขั้นฝากข้อความอำลาถึงเขาเป็นกรณีพิเศษ ช่วงหนึ่ง ซาลาห์ ถึงขั้นพูดเลยว่า “ฉันคิดถึงนายมากๆ ฉันรักนายสุดๆ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่นายทำให้ฉันนะ”

           เป็นการคอนเฟิรมว่า ซาลาห์ กับ ลอฟเรน สนิทกันจนแทบจะเรียกว่าเป็นเพื่อนตายกันนั้น วันนี้เราจึงขอยกตัวอย่างโมเมนท์น่ารักๆ ระหว่างทั้ง 2 คนนี้สัก 5 อันกัน

– ฉลองรางวัลรองเท้าทองคำ
ซาลาห์ ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ด้วยการทำไป 44 ประตูจากการลงเล่น 52 นัดในทุกรายการ โดยในจำนวนนั้นแบ่งเป็น 32 ประตูใน พรีเมียร์ลีก จนทำให้ฤดูกาลนั้นเขาได้รางวัลดาวซัลโวสูงสุดของลีกไปครอง

             แน่นอนว่าผลงานระดับนี้ทำให้คนในสโมสรต้องร่วมยินดีกับ ซาลาห์ เป็นธรรมดา แต่ ลอฟเรน เพิ่มความฮาเข้าไปด้วยการทำเป็นเด็กใหม่ที่เข้าไปทักทายกับ ซาลาห์ ด้วยการถามว่า “ผมขอคุยกับคุณได้ไหมครับ” ทำเอา ซาลาห์ ขำออกมา โดยหลังจากนั้น ลอฟเรน ก็พูดว่า “สวัสดีครับ ผมชื่อ สวัสดี” แต่แล้วก็ไม่พูดต่อ และพอ ซาลาห์ พูดขึ้นมาบ้างทั้งคู่ก็ปล่อยก๊ากกันเต็มที่

– ราชา
มันเป็นเรื่องปกติที่นักฟุตบอลที่เป็นคนดังของประเทศจะได้รับการยกย่องจากคนในชาติ แต่ถึงแม้ ลอฟเรน จะเป็นคนโครเอเชีย เขาก็ตัดสินใจร่วมยกย่อง ซาลาห์ อย่างหนักจนถึงขนาดเคยพิมพ์ว่า “ประธานาธิบดีคนต่อไปของอียิปต์ @mosalah22” แถมยังใส่รูปมงกุฎให้เพื่อนรักอีก

– ข่มกล้าม
ครั้งหนึ่ง ซาลาห์ เคยส่งรูปตอนที่ตัวเองมีกล้ามบึกบึนให้กับ ลอฟเรน ราวกับจะอวดกล้ามของตัวเอง พร้อมกับพิมพ์ข้อความ “อ้าว โทษที ส่งผิดอ่ะ” แถมยังใส่อีโมจิรูปหัวเราะอีกต่างหาก ทำให้ดูยังไงมันก็ไม่ใช่การส่งผิดแน่ๆ

             พอรู้ถึงจุดประสงค์ของเพื่อนรัก ลอฟเรน ก็ตอบกลับไปทันทีว่า “นี่มันสภาพเวลาที่หยุดหายใจแล้วเค้นกล้ามอย่างเต็มที่นี่หว่า นายรู้ดี 100 เปอร์เซ็นต์ว่ามันมีช่างภาพรอถ่ายภาพนายอยู่ น่าขายหน้าสิ้นดี อากาศข้างนอกน่ะหนาวตั้ง 16 องศาเชียวนะเฟ้ย (สื่อว่าหนาวจนถ้าเป็นปกติแล้วคงไม่มีใครถอดเสื้อแบบนี้)”

             ลอฟเรน ยังพิมพ์ด้วยว่า “เออ ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวฉันไปโพสต์แทนให้แล้วกัน” ทำเอา ซาลาห์ พิมพ์ตอบกลับไปว่า “ไม่เอาน่า ใจเย็นๆ พวก ไม่จำเป็นต้องอิจฉาหรอก” ก่อนที่ทั้งคู่จะส่งอีโมจิรูปหัวเราะให้กัน

– สวัสดีปีใหม่…ซะเมื่อไหร่
ทันทีที่เข้าสู่ปี 2019 โทรศัพท์ของ ลอฟเรน ก็มีการแจ้งเตือนว่ามีคนส่งข้อความหาเขาทางโซเชียลมีเดีย แน่นอนว่าไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็น ซาลาห์ โดยดาวเตะชาวอียิปต์พิมพ์ว่า “สุขสันต์วันปีใหม่นะพวก” ซึ่ง ลอฟเรน ก็พิมพ์ตอบกลับไปว่า “ขอบคุณพวก หวังว่านายจะมีความสุขในปีใหม่นี้นะ ขอให้สุขภาพแข็งแรงและเป็นที่รักของทุกคน” ขณะที่ ซาลาห์ ก็พิมพ์ต่อทันทีว่า “ขอให้พรนั้นเกิดกับนายเหมือนกันพวก”

              มันควรจะจบลงแบบซาบซึ้งอย่างนั้น ถ้าเกิด ซาลาห์ ไม่พิมพ์ข้อความเสริมว่า “เอ่อ พรุ่งนี้เราซ้อมกันกี่โมงอ่ะ ? ที่จริงฉันส่งข้อความมาสวัสดีปีใหม่ก็เพราะอยากรู้ว่าพรุ่งนี้ซ้อมเท่าไหร่ต่างหาก” ทำเอาทั้งคู่โพสต์อีโมจิรูปหัวเราะกันอย่างเต็มที่

– ทริปแห่งความทรงจำ (ในหลายๆ ความหมาย)
นอกเหนือจากรางวัลของลีกหรือองค์กรใหญ่ๆ แล้วนั้น ทีมฟุตบอลแต่ละทีมจะจัดงานมอบรางวัลประจำฤดูกาลของแต่ละสโมสร เพื่อเป็นการยกย่องผลงานของคนในทีม ซึ่งในการมอบรางวัลประจำฤดูกาล 2017-18 ซาลาห์ ก็เป็นคนที่ถูกจับตามองว่าจะได้รางวัลต่างๆ ไปครอง เพราะเขาทำผลงานได้ยอดเยี่ยมเหมือนที่พูดไปในขั้นต้น

              ด้วยความที่อาจจะยังเป็นเด็กใหม่ ซาลาห์ เลยขอให้ ลอฟเรน ช่วยขับรถพาเขาไปร่วมงาน ซึ่งดาวเตะชาวโครเอเชียก็ไม่ติดใจอะไร แต่พอไปรับ ซาลาห์ แล้วนั้น เขาก็ต้องอึ้งหลังจากที่ ซาลาห์ เลือกไปนั่งที่เบาะหลัง ไม่ใช่ในเบาะหน้าข้างๆ เขา จนทำให้ ลอฟเรน ดูเหมือนเป็นคนรับใช้ของ ซาลาห์ ก็มิปาน โดย ลอฟเรน เคยเปิดใจถึงเรื่องนี้ตอนมานั่งให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ของ ลิเวอร์พูล ร่วมกับ ซาลาห์ ว่า “ไอ้ผมก็นึกว่าเขาจะมานั่งข้างๆ ผม แต่เขาดันไปนั่งข้างหลังอย่างนั้น ผมรู้สึกเหมือนเป็นคนรับใช้ที่ต้องมาขับรถให้”

              ถ้าคิดว่านั่นเลวร้ายกับ ลอฟเรน แล้วล่ะก็ คุณคิดผิด เพราะตอนไปถึงงาน ซาลาห์ ดันเปิดประตูรถแรงไปหน่อยจนทำให้ประตูไปโดนรถของ ซิมง มิโญเล่ต์ โดย ลอฟเรน เล่าว่า “ตอนนั้น ซิมง อยู่ในรถ เขาหน้าตาประมาณว่า -นายทำอะไรฟะ- ส่วน โม ทำท่าเหมือนกับว่า -อ้อ ไม่มีอะไรพวก-“

               ซาลาห์ เสริมในประเด็นนี้ว่า “ตอนนั้น ซิมง มองหน้าผมแล้วอารมณ์ประมาณว่า -นี่นายทำอะไรฟะ ?- ผมก็เลยตอบไปว่า -ไม่รู้อ่ะ มันไม่ใช่รถฉันนี่นา-” ซึ่งพอ ซาลาห์ เล่าแบบนั้นมันก็ทำให้ ลอฟเรน พูดด้วยสีหน้าขำนิดๆ ว่า “เออสิวะ มันรถฉันนี่หว่า!”

ต้องขอขอบคุณข่าวสาร สาระดีๆ จากเว็ปพนันออนไลน์ ยอดนิยม 918kiss

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *