กัญชง และ กัญชา และยาอื่นๆ

กัญชง และ กัญชา และยาอื่นๆ

กัญชง และ กัญชา และยาอื่นๆ

       อีกหนึ่งในบทความ กัญชา เจาะจงถึงร่างกายมนุษย์ การใช้กัญชาในคนไข้มีโรคซับซ้อนและรับประทานยาอยู่หลายตัว กัญชาจะปลอดภัยไหม บทความนี้นำข้อมูลมาจาก Department Of Health, USA และจากบทวิจัยของ MacCallum and Russo, 2018

 

       ตัวรับสัญญาณหลักในร่างกายของเราคือคานาบินอยด์ Cannabinoid, CB มี 2 ประเภท ตัวรับสัญญาณนี้ไม่ได้พบแค่ในสมองแต่ยังพบในส่วนอื่นของร่างกายด้วย ซึ่งอธิบายฤทธิ์อื่นๆเช่น การต้านการอักเสบในร่างกายอีกด้วย โดย CB1 นั้นจะอยู่ในสมอง Cortex, nucleus accumbens, basal ganglia, hypothalamus, cerebellum, hippocampus, amygdala and spinal cord, ปอด, เส้นเลือด, กล้ามเนื้อ, ทางเดินอาหาร, ไขมันและ อวัยวะเพศ

       ส่วนอวัยวะที่มีทั้ง CB1 และ CB2 ประกอบด้วยก้านสมอง ระบบภูมิคุ้มกัน ส่วน CB2 เดี่ยวๆ อยู่ในเซลล์เกลีย Glial cell ของสมอง ตัวจับสัญญาณสองตัวนี้จะเป็นตัวที่ THC จับได้อย่างดี ตรงกันข้ามกับ CBD โดยมันมีสัมพรรคภาพ (affinity) กับตัวจับสัญญาณกัญชา cannabinoid receptors (CB1 และ CB2) ต่ำมาก

       เรื่องรายละเอียดระหว่าง THC และ CBD อ่านได้ในบทความหมอดื้อเรื่องกัญชา ผลข้างเคียงเมื่อใช้กัญชาประกอบไปด้วย ปากและตาแห้ง ตาแดง มึนงง ตอบสนองต่อรอบตัวช้า มีอาการวิตกจริต

       ผลข้างเคียงที่พบไม่บ่อยนักประกอบไปด้วย ตาเลือนมัว ปวดหัว และเคลิ้ม สุดท้ายคือผลข้างเคียงที่นานๆจะพบทีประกอบด้วย เซหรือควบคุมร่างกายได้ไม่ดี จำนวนสเปิร์มลด ความดันตก หัวใจเต้นเร็ว ซึมเศร้า อ้วกเรื้อรัง ท้องเสีย และตับอักเสบปัญหาเรื่องตับอักเสบสามารถพบได้เวลาใช้ยาในปริมาณสูง เช่นใช้ CBD สำหรับชัก จึงควรเจาะค่าตับก่อนเริ่มใช้

       จากนั้นเจาะอีกที 1, 3 และ 6 เดือน ถ้าไม่มีปัญหาก็นานๆทีค่อยเจาะทีเรื่องผลเสียระยะยาวไม่พบว่าทำให้การทำงานของปอดหรือหัวใจแย่ลง และไม่เสี่ยงเป็นโรคถุงลมโป่งพอง หรือมะเร็งปอดเพิ่มขึ้น

       ทั้งนี้ เฉพาะในคนที่สูบกัญชาอย่างเดียว แต่ถ้าสูบทั้งกัญชาและบุหรี่กลับพบว่าจะแย่ทวีคูณสำหรับผู้พยายามเลิกบุหรี่ตอนนี้บุหรี่ไฟฟ้าดีไม่ดีไม่รู้ งั้นสูบกัญชาเพื่อเลิกบุหรี่อาจจะเป็นทางออกได้ส่วนการใช้ในเด็กขึ้นอยู่กับว่ารักษาอาการอะไรเพราะอาจจะเพิ่มความเสี่ยงจิตเภทและลดความเฉลียวฉลาดได้ ถ้าเด็กคนนั้น มีแนวโน้มเปราะอยู่แล้วต่อภาวะดังกล่าวการใช้ในผู้ป่วยตับแข็งจำเป็นจะต้องลดยาลงเพราะกัญชาใช้ตับในการขจัด

       และถ้าตับแข็ง ค่าครึ่งชีวิตของยานั้นจะเพิ่มไปประมาณ 2.5 เท่าในตับแข็งระยะกลาง (child-pugh B) และ 5 เท่าเมื่อเป็นขั้นรุนแรง (child-pugh C) ควรจะลดปริมาณยาและการเพิ่มยาให้ทำอย่างช้าๆนอกจาก CYP แล้ว CBD มันก็ไปยับยั้งเอนไซม์ UGT1A9 ทำให้ระดับ diflunisal, fenofibrate และ propofol เพิ่ม

       มีฤทธิ์ยับยั้ง UGT2B7 ด้วยและกระทบกับ gemfibrozil, lamotrigine, lorazepam และ morphine มีเยอะพอสมควรที่ต้องหมั่นศึกษาติดตามที่อยากจะฝากไว้คือ

       ก่อนจะเริ่มกัญชาอยากจะให้อธิบายผลดี ผลเสีย และโอกาสเกิดผลข้างเคียงให้กับคนไข้ให้ชัดเจน จะได้ร่วมกันตัดสินใจว่าจะใช้หรือไม่  สุดท้ายกลับมาเรื่องเดิมๆ คือยาฆ่าหญ้า ฆ่าแมลง ซึ่งถ้าเจือปนอยู่ในกัญชามันจะก็อันตรายมากแค่ไหน ใครตระหนักถึงเรื่องนี้ก็ถามกระทรวงที่เกี่ยวข้องดูว่าไม่รักประเทศ ไม่ห่วงใยคนไทยหรือยังไง

Leave a Reply